เผอิญวันนี้ได้มีโอกาสได้ขับรถขึ้นไปทานข้าวที่ร้าน
ตาวีฟาร์มแถวๆโซนเขาใหญ่ครับ
ซึ่งร้านอาหารร้านนี้เป็นร้านที่ชอบ และชอบแนะนำให้
ผู้อื่นได้ลองแวะไปทานครับ
เริ่มแรกเลยประมาณเมื่อห้าปีก่อน ผมได้มีโอกาสไป
ทานร้านอาหารร้านนี้เป็นครั้งแรกโดยการชักชวนของ
ชมพู่และการติดสอยห้อยตามของคุณบัวลูกสาวตัวน้อย
วัยหัดคลาน ซึ่งบัดนี้ก็เกือบหกขวบแล้ว
ร้านตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอที่อาศัยอยู่ราวสามสิบกว่าโล
ไปทาง รร.สระน้ำใส ตัดข้ามลำห้วย ไปทางหนองจอก
ราวๆกิโลครึ่ง ก็จะพบสนามเซียงเพียวอิ๊ว เลี้ยวขวา
เข้าซอยไป ข้ามลำห้วยอีกหนก็ถึงทางเข้าฟาร์ม
ลัดเลาะตามทางเข้าบ้านไปอีกสามสี่ร้อยเมตรก็ถึงที่ตั้ง
ฟาร์มครับ ไปง่าย สมัยนี้มีจีพีเอสนำทางได้แม่นยำแล้ว
เมื่อครั้งแรกที่ไปผมจำได้ว่า ที่ร้านเป็นอาคารสองชั้น
หลังคามุงแฝก หลังเล็กๆ ด้านข้างเปิดโล่งเพื่อให้ชม
วิวทิวทัศน์และฟาร์มผักสดๆ ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการ
ประกอบอาหาร ด้านล่างเป็นเคาเตอร์ขายกาแฟและ
เครื่องดื่มต่างๆ ด้านหลังเคาเตอร์ เป็นบันไดทางขึ้น
ไปชมวิวที่ชั้นสอง โต๊ะ เก้าอี้ พื้นอาคารต่างๆล้วนทำ
ด้วยไม้ และมีเพียงโต๊ะทานอาหารรับลูกค้าได้ไม่กี่
โต๊ะเพียงเท่านั้น
และนั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมได้พูดคุยกับพี่บอยและพี่ยุ้ย
ซึ่งทั้งสอง เป็นเจ้าของร้านอาหารดังกล่าว
ตอนนั้นเท่าที่ผมจำได้คือ พี่บอยและพี่ยุ้ยเป็นคนลงมือ
ทุกอย่างแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นงานฟาร์ม งานที่ร้าน
มีผู้ปฎิบัติงานราวๆไม่เกินสี่ห้าคนซึ่งรวมถึงเจ้าของด้วย
ด้วยความเป็นกันเองอย่างมากของพี่บอยและพี่ยุ้ย
เราจึงได้มีโอกาสสนทนากันหลากหลายเรื่องราว
ไม่ว่าจะเป็นที่มาของการย้ายออกจาก กทม. แล้วกลับ
มาอยู่ที่บ้าน การใช้ชีวิต การออกกำลังกายของพี่บอย
ซึ่งพี่บอยเองก็ชอบออกกำลังกายอยู่เป็นประจำด้วยการ
วิ่ง ตรงนี้เองที่ผมนั้นสามารถวิ่งด้วยได้ทางความคิดครับ
และเรื่องราวอื่นๆอีกมากมายที่พอจะแชร์กันได้อย่างไม่
เคอะเขิน ด้วยความที่ไม่เร่งรีบ เพราะมีเพียงเรา
เท่านั้น
หลังจากครั้งนั้น หากพอมีโอกาสก็จะแวะไปหาทาน
อาหารที่ฟาร์มอยู่บ้าง แม้จะไม่บ่อยสักเท่าไหร่
อาจจะแค่ปีละครั้ง สองครั้งเท่านั้นครับ
และทุกๆครั้งที่ไปก็จะพบกับความเปลี่ยนแปลงของ
ร้านอยู่เสมอ มองเห็นความไม่อยู่นิ่งของกิจการที่
นับวันจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถช่วยเหลือ
น้องๆในละแวกให้มีงาน มีรายได้จากการช่วยเหลือ
งานที่ร้าน
ตัวอาคาร ร้านอาหาร ร้านกาแฟก็ขยับขยายไปทีละนิด
ทีละนิดทุกๆครั้งที่ได้ไป เปลี่ยนไปทุกครั้งจริงๆครับ
เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ผมมองเห็นแบบนี้แล้วก็ชื่นชม
พี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมากอยู่ในใจ(ไม่เคยเอ่ยปากชม
ใครเป็นปกติของผมอยู่แล้วครับ)
มาถึงวันนี้ นับว่าผ่านมาหลายปี และกิจการของพี่ๆทั้งสอง
ก็เติบโตได้ดีด้วยเช่นกัน จากอาคารมุงแฝกหนึ่งหลัง
กลายเป็นสอง สาม สี่ ห้า ผมขอแสดงความยินดีกับพี่ๆ
ทั้งสองด้วยวิธีนี้แทนการพูดต่อหน้าล่ะกันนะครับ
ขอให้พี่ๆทั้งสองพัฒนาร้าน พัฒนารายได้ชุมชนต่อไปได้
ด้วยดีครับ หากโอกาสอำนวย ผมคงได้ไปเทรคร้อยโล
กับพี่บอยแน่นอนครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น