ป้อมกดสัญญาณไฟ จะเรียกให้ถูกตามสภาพ
ควรเรียกว่าตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรขนาดเท่าโต๊ะ
กินข้าววางตั้ง แล้วสร้างโครงเหล็กแบบประหยัดมา
กรุด้วยหลังคากระเบื้องลอนคู่กันแดดฝนอีกหนจะมอง
เห็นภาพมากกว่า
ขณะนี้มีผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันภายใต้หลังคา
ผืนนี้อยู่กับผมรวมกันแล้วนับได้สอง แล้วก็มีจักรยานยนต์
อีกคันหนึ่ง จอดอยู่ก่อนหน้า แต่ไม่ยักเห็นคนขี่ว่าไปทาง
ไหน ข้างๆตู้มีกล่องเก็บความเย็นบุฟลอย์ดอยู่สองใบ
มองด้านข้างจึงได้เห็นยี่ห้อนมเปรี้ยวยี่ห้อหนึ่ง
จึงอนุมานเอาเองว่ารถคันดังกล่าวน่าจะเป็นของคน
ขายนมเปรี้ยวนั่นเอง
แต่ฝนตกแรงขนาดนี้จะไปขายใครหล่ะ คงไปหา
หลบฝนอยู่ที่ๆมันมิดชิดกว่าใต้หลังคาแคบๆนี้แหละมั้ง
โคมไฟส่องสว่างพื้นถนนบริเวณแยกขับแสงสีส้ม
สาดในมุมก้มลงหาถนน ทำให้มองเห็นเม็ดฝนที่ใหญ่ราว
กับแท่งดินสอสีใสๆนับร้อยพุ่งลงมา บ้างปะทะหัวโคม
แตกฟุ้งกระจายเป็นเม็ดเล็กๆ บ้างปะทะกับถนนที่เจิ่ง
นองไปด้วยอย่างเต็มที่แล้ว
ไม่นานจังหวะไฟก็วนกลับมาแดงที่ฝั่งเดิมใหม่อีก
ครั้ง แล้วชายเจ้าของรถขายนมที่ว่าก็เดินวนออกมา
จากซอกหลืบรถที่กำลังติดไฟแดงพร้อมกับถุงนมเปรี้ยว
ที่บรรจุนมขวดพร้อมกับถ้วยโยเกิร์ตที่จัดไว้ขายเดิน
เร่เข้าหารถยนต์ที่กำลังติดไฟแดงท่ามกลางสายฝนที่
โปรยกระหน่ำอยู่ คันแล้ว คันเล่าจนกว่าไฟเขียวจะ
ปล่อยรถไป แล้วเข้าก็จะเดินกลับมารอที่จุดหยุดของ
ไฟแดง เพื่อรอรอบต่อไป
ในใจคิดว่าค่ำมืดฝนตกขนาดนี้ ทำไมยังทนเดิน
ตากฝนขายนมอยู่ได้ แล้วก็อีกทั้งชุดที่สวมใส่ ยังเป็น
ชุดนักเรียนมัธยมอยู่เลย ไม่หนาวบ้างรึไงนะ
เวลาผ่านไปกว่า 30 นาที จนผู้ร่วมชะตากรรม
ขอตัวฝ่าฝนไปรับคนรักของเขาที่กำลังจะเลิกงานใน
ไม่กี่นาทีข้างหน้าที่โรงงานเขตนิคมฯใกล้นี้ ฝนก็ยังคง
ตกแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อนเมื่อใด และน้องก็ยัง
คงเดินขายนมต่อไป จนรอบหนึ่งที่เขาวนมารอไฟแดง
อีกครั้งผมจึงได้เรียก "น้องๆ"
เขาหันมาพร้อมๆกับที่ผมโบกขวักปลายมือเชิงให้
เดินมาทางนี้
"เหลือนมอีกกี่ชุด?"
"เหลือแค่นี้ครับพี่" พร้อมกับชูของในมือให้ดู 1 ถุง
"เอามาให้พี่ สแกนจ่าย หรือพร้อมเพย์ได้ใช่ไหม?"
"ได้ครับ"
ผมจัดการโอนเงินให้เรียบร้อยพร้อมกับยื่นหน้าจอให้
น้องดู
"พี่โอนมาเกินนะครับ"
"อีกร้อยนึงเอาไว้เติมน้ำมันกลับบ้านนะ"
พร้อมกับกำชับให้รีบกลับบ้าน อาบน้ำทำร่างกายให้อบอุ่น
กินข้าวกินปลาพักผ่อนซะ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น