ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงต้องผ่านช่วงชีวิตที่ดีและ
ไม่ดีมากันไม่มากก็น้อยแล้วทั้งนั้น
ช่วงชีวิตที่ดี อะไรๆก็ดูเหมือนมันลงตัวไปหมด
ซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน งานเงิน
ครอบครัว ภาวะเศรษฐกิจ
แต่พอช่วงที่ไม่ค่อยดีเข้ามามันก็จะพาหลายๆ
อย่างติดขัดไปเสียเกือบทั้งหมด พาระบบรวนแม้แต่
ตัวเองบางครั้งก็ยังตั้งตัวแทบไม่ติด
บทชีวิตจะพลิกหน้ากระดาษแปรเปลี่ยนไปรูป
แบบไหน ใครเล่าจะหยั่งรู้อนาคตได้ แม้แต่ตัวเอง
ที่มั่นอกมั่นใจหนักหนาว่าคอยดูแลประคับประคองให้
มันอยู่ในร่องในรอยอย่างดี แต่วันนึงก็กลับมีเหตุให้
ต้องชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวงก็ได้
หนทางที่ดีที่สุดในการรับมือชีวิตจึงมิใช่การป้อง
กันความเสี่ยงต่างๆไว้รอบด้าน
สำหรับตัวผมเอง มันคือการปรับตัวให้เข้ากับ
ความเปลี่ยนแปลง เป็นการปรับแก้ความเคยชินเดิมๆ
ให้เข้ากับแวดล้อมใหม่ เพราะความคิดและจิตใจที่
ยอมรับกับความไม่แน่นอนของทุกๆสิ่งนั้น ย่อมบังคับ
ให้เราลงมือทำในสิ่งที่แตกต่างออกไปจากปกติ
เพราะสูตรสำเร็จมีไว้ให้สำเร็จตามเงื่อนไข
แต่หากแวดล้อมเปลี่ยนไปแล้ว สูตรที่ว่าก็ต้องปรับ
แก้ให้เท่าทันต่อเหตุการณ์ จะให้ใช้ตำราเดิมก็คง
จะไม่สำเร็จสักเท่าไหร่
การฝึกตัวเองให้คิดอีกแบบ บังคับตัวเองให้
มองอีกมุมหนึ่งก็คงทำได้ยากเย็ญหากขาดการฝึกฝน
พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยากบ่อยๆ แล้วฝึกมุม
มองการแก้ปัญหา แก้ไม่ได้ก็ถอยออกมา มองมันใหม่
เป็นคนย้ำคิด ย้ำทำ บ้าคลั่งอยู่กับความคิด มองหา
ความลึกซึ้งจนเกิดปัญญาและความเรียบง่าย
และอื่นๆอีกมากมายที่จะทำให้ชีวิตได้เรียนรู้
ตามแต่โอกาสและชีวิตจะมอบปัญหามาให้
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้ชีวิตไม่ได้ดีไปเสีย
ทุกวัน และทำให้ได้รู้ว่าความคิดความสามารถของ
เรานั้นก็ป่วยได้ แย่ลงได้ ดีขึ้นได้
ขอบคุณทุกสิ่งครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น