วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2567

วิ่งเช้า

 


    ช่วงนี้ตื่นเช้าไปวิ่งได้สองเช้าแล้วครับ....

    มันเป็นเรื่องยากมากๆที่จะเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมแบบจากหน้ามือเป็นหลังมือ
    ทางที่ดีที่สุด คือ ค่อยๆเปลี่ยนครับ แต่คนเราก็
มักจะมีข้ออ้างต่างๆนาๆไปอีกว่า ไว้วันหลังค่อยปรับ
เดี๋ยวค่อยเปลี่ยน วันหน้าค่อยแก้ จะให้เปลี่ยนเลยก็
ลำบาก ไม่รู้จะทำไปทำไม ฯลฯ

    เลยทำให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันอีกรูป
แบบหนึ่งที่ทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้อย่างผิดหูผิดตา

หนึ่ง หมอสั่ง
สอง เกิดผลกระทบใหญ่หลวงกับบางเรื่อง
สาม บนบานศาลกล่าวเพื่อแลกกับบางสิ่ง

    ผมไม่เคยถูกหมอสั่งให้ทำอะไร นอกเสียจาก
หุบปาก อ้าปาก ยกแขน แยกขา
    ส่วนผลกระทบใหญ่ๆก็เคยแค่รถล้ม รถคว่ำไม่กี่
ครั้งก็เท่านั้น แต่กับเรื่องบนบานนั้นไม่ค่อยจะถูกกันสัก
เท่าไหร่ครับ
    เรียกว่ามีความเชื่อนะครับ แต่ก็ไม่ค่อยเชื่อกับ
สิ่งศักสิทธิ์ สิ่งลี้ลับอะไรมากมายนัก จะเชื่อก็แต่
ตัวเองก็เท่านั้นครับ ไม่ได้ท้าทายหรืออะไรหรอกครับ
มันก็แค่เป็นไปตามวัย ตามความคิดก็แค่นั้นเอง

    สักวันอาจจะกลับมากราบไหว้รูปเคารพทั่วไป
ตามแบบคนปกติก็ได้

    กลับมาที่เรื่องเชื่อมั่นในตัวเองก่อนดีกว่าครับ
มันทำให้ผมกล้าที่จะออกไปวิ่งคนเดียวตั้งแต่ตีสามตีสี่
เพียงเพราะว่าต้องการที่จะซ้อมให้ได้ตามตาราง
ตามระยะที่ได้วางแผนการวิ่งไว้

    มิเช่นนั้นแล้ว ก็จะทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้
การวิ่งสอนผมมาแบบนี้ มันเป็นการตั้งเป้าระยะยาว
แล้วลงมือปฎิบัติให้ได้ตามแผนที่วางไว้ให้ได้ทุกๆวัน
แม้ว่ามันจะน่าเบื่อแค่ไหนก็ตาม

    มันสอนให้ผมเป็นคนที่มีระเบียบ มีวินัยในการทำ
อะไรสักอย่างให้สำเร็จ ไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ

    และสิ่งที่ยากที่สุดคือ ลุกจากเตียงตอนที่กำลัง
นอนอย่างเมามันแล้ว ล้างหน้าล้างตาออกไปวิ่งเนี่ย
แหละครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น