โดยปกติแล้ว ก่อนเข้านอนในวันที่มิได้ออกไป
เร่ร่อนยามค่ำคืนที่ไหน ผมก็จะอยู่เล่นกับเด็กๆทั้งสอง
จนกว่าใครสักคนจะหลับไป
ซึ่งส่วนมาก ก็หนีไม่พ้นตัวผมเองที่ส่งเสียงกรนออกมา
ให้รำคาญก่อนใคร
เมื่อคืนที่ผ่านมาก็เช่นกัน หลังอาบน้ำเตรียมตัว
เข้านอน แต่ก่อนจะได้นอนหลับไปนั้น ก็เปิดดูหนังสตรีม
มิ่งไปพลางๆ เหตุเพราะเจอเรื่องหนักหัวมาทั้งวันแล้ว
ไม่อยากจะเอาอะไรมาใส่หัวอีก
เลื่อนหน้าจอไอแพดไปมาๆ ก็เลือกหนังเรื่อง
หลวงพี่เท่ง ขึ้นมานอนดูไปเรื่อย จนกระทั่งเด็กทั้งสอง
กลับมาจากห้องกง (หมายถึงห้องนอนของอากงของเขา)
เข้ามานัวเนียนอนดูด้วย
จนถึงฉากที่หลวงพี่เท่งออกไปบิณฑบาตวันแรก ก็เจอ
เอ็ดดี้(ผีน่ารัก)ออกมาใส่บาตร พร้อมกับส่งเสียงถาม
เมียที่อยู่ในบ้านว่าไม่รู้จักทำบุญบ้างหรือไงชีวิต
ฟังได้ดังนั้น สาวคนโตก็ถามผมว่า "ทำบุญ คือ
อะไรหรอป๊า?"
ความง่วงงันหายไปในบัดดล ดั่งเปิดสวิทช์ไฟแล้ว
ความมืดหายไป สูดหายใจเข้า พร้อมกับอธิบายเธอไป
เรื่อยตามความเข้าใจของตัวเองว่า
การทำบุญนั้นสามารถทำได้หลายวิธี
การเอาอาหารต่างๆมาใส่บาตรพระนั้นก็ใช่
มันคือการรู้จักเสียสละของตนเองเพื่อผู้อื่น
การบริจาคสิ่งของให้ผู้อื่นก็ใช่
การคิดดี ทำดีให้ตัวเองก็ใช่
การพัฒนาตัวเอง ทำให้ตัวเองนั้นดีขึ้นก็เป็นบุญ
การนั่งฝึกสมาธิก็ใช่ครับ
ประมาณนี้ สาธยายยืดยาวไปเกรงจะเบื่อจึงพอแค่นั้น
แล้วก็ลุกขึ้นมานั่งดูกันต่อไป
จนไปถึงอีกฉาก ที่เจ๊ก(ถั่วแระ เชิญยิ้ม)ในตลาด
จะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย แล้วหลวงพี่ไปถึงที่นั่นก็ปลอบ
ประโลมบ้าง ยุยงส่งเสริมให้กระโดดลงมาบ้าง
จนกระทั่งมีคำว่า สังคม หลุดออกมา
สาวเจ้าก็เกิดความสงสัยอีกว่า "ป๊า สังคมคืออะไร"
ชิบหายแล้ว นึกในใจ ไอ้เราก็ไม่ค่อยสังคมกะ
เขาเท่าไหร่ จึงค่อยๆคิดแล้วอธิบายหล่อนไป
เสร็จสรรพก็มองดูนาฬิกาที่ข้อมือ บอกเวลาสามทุ่มกว่า
จึงบอกว่าวันนี้ได้เวลานอนแล้ว วันหลังค่อยดูต่อเนาะ
ปิดจอ เก็บข้าวของ ปิดไฟ นอนไปคิดไปว่าเรา
คงต้องสอนอะไรๆอีกหลายอย่างแก่เธอทั้งสองอีกนาน
อาจจะสอนไปตราบเท่าที่ลมหายใจยังมี
ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งแหละ
เพราะเรานั้นใช้ชีวิตมายาวนานกว่า หลากหลายกว่า
แต่จะกว่าแค่ไหนไม่รู้ อนาคตพวกเธออาจจะไปไกล
กว่าที่ผมเคยผ่านมาก็ได้
อย่างน้อย ก็ปวดหลัง ปวดขาเป็นก่อนพวกเขาละกัน
ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น