กลุ่มมอ'ไซค์สิบคันเหล่านี้เดินทางมาจาก
ทางภาคกลาง ซึ่งขณะนี้กำลังมุ่งหน้าสู่ทางใต้ของ
ประเทศ
เป็นเวลาเกือบเที่ยงวันแล้วก็ยังไม่มีวี่แวว
ของสถานที่นัดหมายแห่งต่อไป ซึ่งเป็นหมุดหมาย
เพื่อทำการพักขบวนเติมเสบียงมื้อเที่ยงให้ท้องที่
กำลังโหยหวนด้วยความทรมาน และเติมน้ำที่
สูญเสียไปกับเหงื่ออันมากมายจากการฝ่าไอแดด
กับความระอุของอากาศฤดูร้อน
ยิ่งลงใต้มาลึกเท่าไหร่ ก็จะยิ่งพบกลุ่มก้อน
นักเดินทางสองล้อที่มุ่งหน้าสู่หมุดหมายชายหาด
ที่เดียวกันมากเท่านั้น
เมื่อเหล่านักเดินทางสิบคันนี้ได้พบกลุ่มอื่น
มากเท่าไหร่ อีกไม่นานก็จะพบว่ากลุ่มเหล่านั้น
ต้องไปอยู่ด้านหลังพวกเขาในเวลาต่อมา
หากด้านหน้าเป็นสัญญาณไฟหยุดแล้วมีกลุ่ม
ใหญ่จอดอยู่ก่อนแล้ว อีกไม่เกิน กม.ถัดไปจาก
แยก พวกเขาก็ถูกส่งให้ไปอยู่ด้านหลังอีกอยู่ดี
ดวงตะวันขึ้นมาถึงจุดสูงสุดกลางท้องฟ้าแล้ว
หากจะเรียกให้ถูกต้อง คือ เมื่อเราอยู่ใกล้กับดวง
อาทิตย์มากที่สุด ก็ใกล้ๆกับเวลาที่ร่างกายต้องการ
การพักผ่อนหลังจากเดินทางมากว่าร้อยห้าสิบ กม.
แล้วและหากยังฝืนมันต่อไป ไม่ให้สิ่งที่มันต้องการ
มันก็จะแสดงอาการพยศออกมาไม่ว่าจะ
เป็นความหงุดหงิดทางอารมณ์ หรือ ปวดแสบร้อน
บริเวณท้องไส้ อาจจะพาลให้หน้ามืด เป็นลมไปเลย
ก็เป็นได้
ณ กม.หน่ึง ด้านหน้าของทั้งสิบมียานซิ่งสามลำ
กำลังร่อนซอกแซกระหว่างช่องว่างที่เหลือเพียงแค่
ระหว่างปลอกแฮนด์ทั้งสองข้าง
เมื่อทั้งสามรู้ตัวว่ามีผู้ตาม ก็โบกมือให้สัญญาณ
แก่ผู้ตามนั้นได้แซงขึ้นนำไป
ซึ่งทั้งสิบก็มิได้สงสัยอะไรในการปล่อยให้แซง
ขึ้นไปครั้งนี้ แต่ไม่ไกลไปกว่าการพ้นสายตาจาก
กระจกมองหลัง
ก็ปรากฎว่าทั้งสามได้ควบห้อกลับมาช้อน
เอาคืนทั้งหมดแบบไม่มีเยื่อใย ขับผ่านสวนขึ้นไปราว
กับฉีกกระดาษหน้าตาเฉย
เป็นการเอ่ยแบบไม่ต้องออกปากท้าทายว่าเอ็ง
มันยังต้องเรียนอีกเยอะ มั้ง...
เหล่าผู้นำสามในสิบก็ทำการขยับย่านความเร็ว
ขึ้นไปอีก เพื่อทำการตรึงระยะไม่ให้ทั้งสามนั้นยืด
ความห่างให้ยาวออกไปได้ไกล
ในขณะนั้น พวกที่เหลือก็ขยับขับตามขึ้นมา เป็น
การเริ่มต้นของการปรับความเร็วขบวนอีกครั้ง
ท่ามกลางความเดือดดาลของอารมณ์หิวคลุก
เคล้ากับความระทมของร่างกายต่อแสงแดดที่แผด
เผา แล้วยานทั้งสามลำก็ยังร่อนซ้ายป่ายขวา
ซอกแซกอยู่ตรงหน้า ล่อตา ล่อใจอย่างไม่หยุดหย่อน
หนึ่งในนั้นก็บ่นอุบอิบในใจในการที่จะต้องบีบเค้น
ความสามารถของเครื่องยนต์ออกมาผสมกับทักษะ
การควบห้อด้วยความเร็ว
ยิ่งเป็นคันท้ายขบวนยิ่งเหนื่อยหนัก เหตุเพราะ
ด้านหน้าไวเท่าไหร่ ด้านหลังยิ่งต้องตามให้ไวกว่า
เสียจังหวะพลาดท่าไปหนึ่งการแซงแล้ว ก็เท่ากับว่า
ทิ้งระยะห่างออกไปอีกหลายสิบเมตร
กว่าจะเค้นตามมาให้ทันก็ต้องบิดให้ไวกว่าหัว
ขบวนอยู่มากโข
อีกหนึ่งในนั้นเห็นระยะหมุดหมายต่อไปอีกเพียง
ยี่สิบกว่า กม.จึงได้หมุนปลอกคันเร่งไปให้มันสุด
ออกทะยานไล่ล่ายานซิ่งหมายจะแซงไปให้พ้นๆสายตา
ด้วยเครื่องยนต์ที่มีความแรงกว่า
ตัดย้อนกลับไปในปีสองพันต้นๆสักนิด
เครื่องยนต์ยุคใหม่ที่ถูกร่วมมือพัฒนากับ Porsche
ได้ออกสู่สายตาชาวโลกผ่านโมเดลใหม่ที่เชื่อว่า
v-rod หรือ vrsc (v twin racing street
custom) แต่มันก็ได้ถูกหยามเหยียดถึงความที่ไม่
เป็น "ออริจินอล" ของมัน ด้วยเหตุผลหลายประการ
ไม่ว่าจะเป็นการหายไปของก้านกระทุ้ง(push rod)
แล้วเปลี่ยนเป็นโซ่ราวลิ้นเพื่อทำการหมุนแคมชาร์ฟ
ยกเปิด ปิดวาวล์ ที่ด้านบนหัวลูกสูบ แทน และอื่นๆฯ
เจ้าอสูรกายมัสเซิลสูบวี จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม
มากนักในหมู่ของนักเล่นรถสัญชาติอเมริกัน
และไม่กี่ขวบปีมานี้ ทางผู้ผลิตได้รื้อฟื้นเครื่อง
ตระกูล Revolution ที่เคยอยู่ในแกะดำอย่าง
v-rod ที่หยุดผลิตไปเมื่อปี 2017 มาพัฒนาใหม่
และได้จับยัดเข้าไปให้กับรถเซ็คเม้นท์ใหม่ที่ไป
เจาะตลาดกลุ่ม แอดเวนเจอร์ ทัวร์ริ่ง ออกมา
ในนาม Pan America
ซึ่งครั้งนี้ เครื่องยนต์ Revolution Max
สามารถสร้างแรงม้ามาจากโรงงานไว้ที่ 150 ตัว
กับแรงบิด 127 นิวตันเมตร ซึ่งมันมากพอที่จะ
ไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรแล้ว
มันสามารถพาผู้ที่ควบมันไปถึงความเร็วที่
100km/h จาก 0 ได้ภายในเวลา 3.6 วินาที
เพียงแค่ใช้นิ้วชี้ข้างขวากดปุ่มปรับเปลี่ยน
โหมดหนึ่งครั้ง หน้าจอแสดงผลแบบ tft ขนาด
6.5" ก็โชว์สถานะของการขับขี่แบบ s (sport)
เพียงเท่านี้ โลกของการขับขี่ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
และนั่นก็คือแพนอเมริกานั่นเองที่ไล่กวดยานซิ่ง
ทั้งสามลำแบบไม่ทันให้ตั้งตัว หวดลากรอบหอบความ
เร็วไปจนสุดความสามารถของตัวรถที่ตั้งค่ามาจาก
โรงงาน
จนเพียงไม่กี่นาที ยี่สิบกว่า กม.ที่เหลืออยู่
ก็หายไปราวกับน้ำมันที่เผาไหม้
สถานที่หมุดหมายตามจีพีเอสแสดงตรงหน้าแล้ว