การให้ความสำคัญกับเวลานัดนั้นเป็นส่วนสำคัญ
ที่สุดอย่างหนึ่ง ยิ่งหน้าที่และการงานที่ต้องมีส่วนเกี่ยว
ข้องกับผู้อื่น,กับหน่วยงานอื่นๆอย่างเช่นทุกวันนี้
ยิ่งบ่งบอกถึงความสามารถในการบริหารเวลาของ
ผู้นัดหมายได้เป็นอย่างดี
แต่การนัดเพื่อนไปเที่ยวนี่สิ เราแทบจะลืมความ
รับผิดชอบ ลืมอะไรทั้งหลายแหล่ที่เราได้หล่อหลอมมา
ลืมธรรมเนียมมารยาททางสังคมไปหมดสิ้น
เพราะว่่า "แม่งไม่เคยตรงเวลากันสักที"
นัดแปดโมง เก้าโมงนู่นนน ครบองค์
นัดแปดโมง เก้าโมงนู่นนน ครบองค์
วางแผนถึงที่หมายสี่โมงเย็น หกโมงเย็นกลับยังนั่งนับ
กระป๋องเบียร์ข้างทางอยู่เลย
ไม่รู้จะสรรเสริญอย่างไรไหว
เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า "ไม่รู้เราจะขี่รถเร็วๆกัน
ไปเพื่ออะไร ขี่ปานพายุ แล้วก็ไปจอดแช่ ไปจอดรำ
เป็นนางรำหน้าโบถส์ไปยอมขยับไปไหนสักที" จนคน
ที่เขาขับขี่เรื่อยๆเน้นปลอดภัย เดินทางถึงที่หมายแล้ว
ไอ้พวกนี้บางที่ยังรำอยู่เลย
การนัดหมายครั้งนี้จึงเกิดกฎเกณฑ์ค่าปรับล่าช้า
ขึ้นมาเพื่อป้องกันมิให้แผนทั้งหลายแหล่ผิดพลาดไป
ใครมาเลยเวลานัดเสียค่าน้ำ ค่ากาแฟระหว่าง
ทาง ซึ่งผลออกมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จครับ
นัดไว้ตีสาม มาช้าหนึ่งราย ถือว่ามีคนรับผิดชอบเลี้ยง
ค่าน้ำ ค่ากาแฟระหว่างทางอันยาวไกลข้างหน้าเกือบๆ
หนึ่งพัน กม.
ผมว่ามนุษย์เรานี่ก็แปลกนะครับ
หากเราปล่อยให้ความเฉื่อยชา เอ้อระเหย
วนเวียนอยู่ใกล้ตัว เราก็มักจะเป็นแบบนั้นไปโดย
ปริยาย
แต่หากเอาอะไรสักอย่างไปควบคุมบ้าง สร้าง
บรรทัดฐานของการอยู่ร่วมกันขึ้นมา มันก็จะมีคนเริ่ม
มีการทำตามบ้าง ไม่ทำตามบ้าง
ซึ่งผมว่ามันก็ดีกว่าไม่มีกฎเกณฑ์อะไรให้อ้างอิง
เลยแม้แต่น้อย ทำอะไรตามใจก็บรรลัยกันหมด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น