วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

The Err (ความผิดพลาด) KBV.3

 



    "ความผิดพลาด คือ มนุษย์"
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับมนุษย์ที่จะผิดพลาด
แต่แปลกตรงที่เรามักรังเกียจสิ่งเหล่านี้ และ
ลืมไปว่าความผิดพลาดนั้น เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา

    ค่ำคืนก่อนวันเดินทางเพียงหนึ่งวัน ผมได้
เลือกหาเครื่องมือที่จะใช้สำหรับบันทึกการเดินทาง
ครั้งนี้เป็นภาพเคลื่อนไหว ซึ่งบอกตามตรงว่าเป็น
การงานที่ไม่ถนัดเอาเสียเลย เพียงแค่คิดที่จะทำ
ไปตามความอยากเล่นๆ ก็เท่านั้นเอง

    อันดับแรก ผมไม่เคยมีประสบการณ์อะไรมาก
มายเกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหวเลย ไม่ว่าจะเป็นการ
อัดสตอรี่ลงโซเชี่ยล การตัดต่อ ใส่เพลงฯ แม้แต่
แอพติคต็อคนั้น ก็สมัครไว้เพื่อทดลองเล่นดู แค่นั้น

    ยิ่งประสบการณ์น้อย โอกาสผิดพลาดยิ่งเยอะ
หากไม่อยากผิด ให้เราเริ่มจากเรื่องเล็กๆ และ
ค่อยๆทำไป อย่ารีบร้อน หลายๆคนพยายามสอนผม
มาแบบนี้
    แต่ด้วยความเป็นผมอีกนั่นแหละ ที่มักดื้อรั้น
ห้าวหาญ อยากจะทำอะไรให้มันเป็นไปเสียทุกอย่าง
ไม่รู้จักการรอคอยจังหวะเวลา และคิดให้รอบด้าน
เสียก่อน
    เรื่องราวความผิดพลาดมากมายเลยเกิดขึ้น
เสียมาก มีครูเสียหลายสิ่ง มีอาจารย์หลายอย่าง

    ช่วงก่อนเริ่มเดินทาง ผมก็ได้ทำการทดสอบ
ระบบการทำงาน การควบคุมต่างๆไว้แล้วเบื้องต้น
ซึ่งกล้องที่ได้มาก็ถือว่าใช้งานง่ายมาก เพียงแค่กด
เท่านั้น กล้องก็ถ่ายไปตามเรื่องราว
    เพียงแค่รุ่นที่ผมซื้อมานั้น ไม่มีหน้าจอเอาไว้
ดูภาพก่อนและหลังบันทึก มีเพียงแค่จอเล็กๆเพื่อ
บอกสถานะต่างๆแค่นั้นเอง

    ผมคิดเรื่องราวที่จะบันทึก ระหว่างทาง
ปลายทาง และสาระที่จะสื่อสารออกไปเป็นภาพ
เคลื่อนไหวก่อนหน้าวันเดินทางราวสัปดาห์ แต่ก็
คิดไม่ออกว่าจะสื่อสารอะไร พอโทรฯไปสอบถาม
เพื่อนที่อยู่สายงานด้านนี้มันก็บอกเพียงว่า "มึงก็
ลองถ่ายเล่นๆไปดูเหอะ เดี๋ยวก็เป็น"

    ลึกซึ้ง ขอคาราวะหนึ่งจอก...คำพูดมันกับ
ความผิดพลาดของผมที่จะเล่านี้ ทำให้นึกถึงเรื่อง
เล่าเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับวงการถ่ายภาพยนตร์ใน
บ้านเรา เนื้อความมีอยู่ว่า หนึ่งในทีมงานได้รับ
หน้าที่ให้จัดหา “เสือ” ตัวเป็นๆมาเข้าฉาก
    ทำอย่างไร คนๆนั้นก็คิดว่าคงหาเสือไม่ได้
จึงได้เข้าไปสอบถามรุ่นพี่เพื่อขอความช่วยเหลือ
    "ทำไมกูต้องบอกมึง" คือคำตอบที่เขาได้รับ
คำตอบนี้สร้างความเจ็บแค้นและเสียใจให้กับเขา
มาก แต่อย่างไร ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อ เขาจึงกัด
ฟันสู้ ค้นหา "เสือ"มาเข้าฉากให้ได้ตามหน้าที่
    สุดท้ายเขาก็ดิ้นรนทุกวิถีทางที่จะนำเจ้าป่า
ที่น่าเกรงขามมาอยู่ในเฟรมจนได้
    จนเมื่อเวลาผ่านไป ผลึกความคิดก็ค่อยๆก่อ
เกิดขึ้นในใจ กลั่นออกมาว่า หากวันนั้นพี่ที่ไปขอ
ความช่วยเหลือ นำ "เสือ" มาให้เขาอย่างง่าย
ดาย เขาก็คงมิได้เรียนรู้ที่จะดิ้นรนทำทุกสิ่งด้วย
ตัวเองได้ถึงเพียงนี้ ทำให้เขาได้ฝึกที่จะเผชิญกับ
ความล้มเหลวซ้ำซาก และยืนหยัดต่อสู้ไปจนกว่า
จะได้ "เสือ" ตัวนั้นมา

    เช่นเดียวกันกับภาพเคลื่อนไหวที่ผมบันทึก
ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านจนเช้า มันเป็นภาพที่ถูก
บันทึกด้วยโหมดการถ่ายถาพแบบชัตเตอร์บีใน
กล้องฟิล์มสมัยก่อน ไม่มีเสียง มีแต่เส้นๆๆ
และเส้นของแสงไฟ วิ่งไหวไปมา เพราะกล้อง
นั้นเคลื่อนที่ ซึ่งมันผิดโหมด(โดยไม่ตั้งใจ)
    ใช่ครับ เจ๋งทั้งหมด...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น