วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

The KoDam (โกดำ) KBV.14.3

 


    ผ่านไปด้วยดีกับอาหารทั้งหลายแหล่ที่แห่กันสั่ง
มาครับ รสชาติถือว่าใช้ได้ครับ แต่ก็ยังไม่ถูกใจคน
ที่ดำเนินชีวิตอยู่ตามต่างจังหวัดเช่นผม คาดว่าจะ
เหมาะกับต่างชาติแล้วก็คนที่ไม่กินอาหารรสจัดเสีย
มากกว่า

    จริงๆแล้วอาหารที่สั่งมานั้น หมดช้ากว่าการ
กินๆๆแล้วก็กินไปมาก เหตุเพราะว่า พออาหารมา
พร้อมเพรียงเคียงเครื่องดื่มแล้ว อารมณ์เริ่มดีขึ้น
อะไรๆก็ง่ายไปหมด คุยกันง่าย กินกันง่าย
    สรวญเสเฮฮากันไป เบียร์หมดสั่งเบียร์
ซดาน้ำไม่มีขาดช่วง บางที พนักงานก็ใจดีตัก
น้ำแข็งฟรีมาให้อีกต่างหาก

    นั่งกินกันจนลูกค้าบางตา พนักงานพอมีเวลา
ว่างมาเก็บข้าวของ คนที่เหลือก็เดินมาถามว่าจะสั่ง
อะไรอีกไหม ครัวจะปิดแล้ว
    ด้วยความที่เราก็สั่งมาด้วยโมโหหิวตาลาย
จนแทบจะยัดไม่ลงอยู่แล้ว ก็ต้องขอตอบปัดไปเรื่อง
อาหาร แต่มิกเซอร์ เอามาเลยนะ
กลัวจะปิดแล้วไม่ขายให้ เป็นเหตุให้ต้องย้ายร้านให้
เสียเวล่ำเวลาอีก

    เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ จำได้
เพียงว่า ตอนนั้นเหลือโต๊ะเราเพียงโต๊ะเดียว
เหล่าพนักงานก็เก็บข้าวของกันจนเกือบจะเสร็จแล้ว

    ภาพวันวานย้อนคืนมาเลยครับตอนนี้
มันเป็นการกินดื่มที่ไม่ยอมเลิกรา ร้านรวงปิดแล้วก็
ไม่ยอมกลับ มันถือว่าเป็นอาการติดลมก็ใช่อีกนั่น
แหละครับ
    ตั้งแต่วัยรุ่นมา ผมติดลมจนปิดร้านให้เจ้าของ
ร้าน ปิดแทนเด็กที่ร้านไม่รู้กี่ร้านต่อกี่ร้าน และกี่ครั้ง
ต่อกี่ครั้งก็ยากจะนับ แม้แต่หลับคาโต๊ะที่ร้านก็เคย
เกิดขึ้นมาแล้ว แต่นั่นมันอดีตเมื่อนานมาแล้ว ช่างมัน

    กลับมาที่โต๊ะกันก่อนครับ
ระหว่างที่กำลังเมามันส์กับไล่ตบแมงโม้ที่ว่อนไปทั่ว
โต๊ะอยู่นั้น ก็ได้มีลุงคนหนึ่งเดินเข้ามาขอนั่งด้วย
แรกเราก็เห็นแกเป็นกัปตันเชียร์แขกที่ร้าน
    ทำทุกอย่างทุกหน้าที่ ตั้งแต่เราเข้ามาแล้วก็
ไม่เคยจะหยุดว่างไปนั่งที่ไหน เห็นแกเดินไปเดินมา
อยู่ตลอด ก็เลยเลื่อนเก้าอี้อันเชิญเจ้าถิ่นเข้าสู่
วงสนทนาพร้อมกับขวดเบียร์ไทยสีเขียวในมือแก
ที่ถือมาพร้อม

    สอบถามคร่าวๆกันไปมาว่าเรามาจากไหน
แถวบ้านเรามีอะไร แปลกใจก็ตรงที่ว่ารู้จักอำเภอ
มวกเหล็กแล้วถามผมว่า 
"น้ำที่ไหลอยู่ในน้ำตกมวกเหล็กเนี่ย ไหลมาจาก
ทางไหน ต้นน้ำมาจากไหน มันมาจากทางเหนือ
แล้วไหลไปลงที่ไหน?"

    ทำเอาผมงุนงงจนต้องถึงขั้นหยิบเครื่องมือมา
ค้นหาข้อมูลจากแผนที่ (ใช่ครับ ผมดูข้อมูลเอาจาก
แผนที่ ดูในภาพ เสียมากกว่าการเสริชลงไปใน
กูเกิ้ลตรงๆเลยว่า ต้นทาง,น้ำตกมวกเหล็กอะไร
ทำนองนี้) จึงทำให้ได้ข้อสรุปในการสนทนาเรื่องนี้
ไป แต่แกก็ยังไม่หายสงสัยว่ามันต้องมาจากทาง
เหนือสิแล้วไหลลงใต้ ฮ่าๆๆ

    คุยไปคุยมาแกบอกว่าแกเรียนจบวิศวะที่
พระจอมเกล้าพระนครฯ(เอ๊ะ หรือลาดกระบัง)
ก่อนก็ทำรับเหมาก่อสร้างเนี่ยแหละ จับพัดจับพู
ก็มาทำร้านอาหาร เราได้ถึงบางอ้อว่าแกเนี่ยแหละ
เป็นเจ้าของร้าน (เอาอีกล่ะไงกุ นึกในใจ กินจน
ด้เจ้าของมานั่งด้วยอีกแล้ว)

    ด้วยความไม่ถือตัวแล้วก็คุยสนุกสนานกัน เรา
ก็ถามแกซอกแซกไปเรื่อยเปื่อยตามภาษาสุราหาได้
อยากเอาความจริงของโลกจากแกไม่
    แต่พอถึงตาที่แกต้องส่งคำตอบกลับมา ก็ทำ
เอาผมเองนั้นอึ้งและทึ่งไปเสียทีเดียว

    มีอยู่ตอนหนึ่งผมถามเรื่องทำไมลูกค้าถึงเต็ม
ร้านทุกวัน? แกก็ถามกลับด้วยความหน้าตาขี้เล่นปน
เฮฮาตามปกติของแกว่า
"พวกเรามาร้านนี้ได้ยังไง"?

    กูเกิ้ลไง คะแนนรีวิวไง ผมถึงกับตกตะลึงว่า
เอ้อออ สุดยอดไปเลย ขนาดเราอายุน้อยกว่าแก
มากกกก ยังคิดไม่ค่อยจะได้ แต่แกอายุเลยวัยเกษียร
ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมละมือหยุดงานของตัวเอง
    ค้นหาความรู้ใหม่ทุกๆวันจากเครื่องมือสมัยใหม่
ที่มีให้ เสพข่าวต่างประเทศ สนใจความเป็นไปของ
ธรรมชาติในทวีปต่างๆ หัดพูดภาษาหลากหลาย
    เพื่อเอาไว้สื่อสารกับลูกค้าที่เข้ามากินอาหารที่
ร้านของแก เป็นคนที่มีอายุในการทำงานอยู่ในวัยเยาว์
ที่ไฟกำลังลุกโชนอยู่ทุกๆวัน

    "ดำผิดตรงไหนที่ยังไม่แก่" คำๆนี้เปล่งออกมา
เป็นทำนองให้พวกเราพี่น้องร้องติดปากเฮฮากันไป

    มองนาฬิกาเกือบเที่ยงคืนแล้วก็ต้องขอตัว
ขอรบกวนแกเพียงเท่านั้นพอ
เด็กๆพนักงานที่ร้านก็กลับกันไปหมดแล้ว
    แต่แกก็ยังชวนติดส่งท้ายมาด้วยนะ ว่ามีร้านไหน
ผับไหนให้ไปเที่ยวต่อได้อีก แถวนี้รู้จักแกหมด ว่างั้น
เพราะแกไม่มีลูกเมีย ถึงเวลาก็อยากจะพักผ่อน
กินดื่มบ้าง อย่างมนุษย์เราๆเนี่ยแหละครับ

    แต่เราก็ไม่ได้ไปต่อไหนกับแกหรอก เพื่อนอีก
ขโยงนั่งล้อมวงใหญ่อยู่ที่โรงแรมแล้ว เลยจากลากัน
มาอย่างสนุกสนาน อิ่มทั้งอาหาร อิ่มทั้งความสำราญ
อารมณ์ขุ่นมัวยามโมโหหิว คำติชมรสชาตอาหาร
มลายหายไปสิ้น ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มและความทรงจำ

"ดำผิดตรงไหนที่ยังไม่แก่"



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น