ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าชวนให้น้ำตาคลอสำหรับ
ความรักความห่วงใยของพ่อลูกคู่หนึ่ง
ในขณะที่วงสนทนาเพื่อเจรจาทางธุระกิจกำลัง
ดำเนินอยู่นั้น ได้เกิดอุบัติเหตุซึ่งห่างจากสถานที่นั้น
เพียงเล็กน้อย ไม่เกินห้าร้อยเมตร และหนึ่งในผู้
ร่วมเหตุครั้งนี้ก็เป็นบุตรสาววัยเยาว์ของผู้เป็น
หัวเรื่องในการเจรจาครั้งนี้ ที่เพิ่งจะนำรถยนต์ออก
ไปต่อใบขับขี่เป็นครั้งที่สอง แล้วประสบกับอุบัติเหตุ
ห่างจากหน้าบ้านของตัวเองออกไปเพียงเล็กน้อย
เท่านั้น
ผู้เป็นพ่อจึงได้ทำการส่งบุตรชายวัยใกล้เคียง
กับบุตรสาว ให้ไปดำเนินการช่วยเหลือ
ฟังคร่าวได้ใจความว่า บุตรสาวที่ขับรถยนต์
ออกไป จะทำการกลับรถที่จุดกลับรถ ซึ่งหากเข้า
ไปชิดขอบทางทางด้านขวาเข้าเลนที่จัดเพิ่มไว้ให้
แล้วก็เลี้ยวคงไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ
หากแต่เจ้าตัวผู้ขับนั้นอยู่ทางด้านซ้ายสุดของ
ถนนแล้วตีวงกว้างเข้าจุดกลับรถโดยที่ไม่ทัน
จักรยานยนต์ที่ขี่มาจากทางด้านหลัง
ได้ยินมาว่า คิดว่าตนนั้นขับรถอีกคันหนึ่งที่มี
อัตราเร่งตอบสนองได้ดีกว่า
แต่ความเป็นจริงแล้ว รถที่ใช้งานอยู่นั้นเป็น
เพียงอีโค่คาร์สามสูบที่อืดอาดยืดยาด ทำให้ตอบ
สนองไม่ทันอย่างใจคิด
จักรยานยนต์ที่มากันสองคนชายหญิงก็พยายาม
เบี่ยงหลบ แต่ก็ไม่เป็นผลทำให้กลายเป็นอุบัติเหตุ
เฉี่ยวชนกันอย่างจัง
ในใจก็รู้ทั้งรู้ว่าทางฝ่ายนี้ที่อยู่ในวง เป็นฝ่าย
ผิดที่ไปตัดหน้าเขา แต่เบื้องต้นก็ทำการเรียกประ
กันภัย ให้ทางประกันเป็นผู้รับหน้าไป รอร้อยเวร
รอรถสนันสนุนที่เกิดเหตุ อะไรก็ว่าไป
คุยกันถึงเรื่องผลประโยชน์ที่ตนนั้นจะเสีย
และรถที่บุบสลาย ต่างๆนาๆร้อยแปด
แต่ได้ยินคำถามเกี่ยวกับชายหญิงสองคนบนมอ'ไซค์
คันนั้นน้อยมาก
จนไม่นานเหล่าลูกๆก็กลับมา พร้อมกับน้ำตา
เอ่อคลอด้วยความตกใจที่ไม่เคยประสบอุบัติเหตุ
ร้ายแรงเพียงนี้
ภาพสองพ่อลูกกอดกันก็พลันบังเกิดตรงหน้า
คำถามในหัวผมก็พลันเศร้าตามไปอย่างไม่
แพ้กัน ความห่วงใยในเพื่อนมนุษย์นั้นมีเพียงแค่นี้
เองหรือ มันเป็นเรื่องสะเทือนใจ ที่ความห่วงใย
นั้นมันไม่ลุกลามไปห่วงใยผู้อื่นเลย
แม้เราจะเป็นเหตุแห่งความชิบหายทั้งปวง
คิดแล้วก็เศร้า เรามันคบกันแค่ผลประโยชน์เพียง
เท่านั้น จริงๆหรือ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น