วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567

แบงค์ร้อยใบเดียว

 



วันก่อนครับ วันก่อนอีกแล้ว

    ขณะที่กำลังล้างมือที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นผง
และน้ำมันต่างๆตามปกติที่มันต้องเจอเป็นประจำแทบ
ทุกวันอยู่แล้ว
    ผมมองเข้าไปที่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพกลับ
ซ้ายขวาของหน้าตาที่คุ้นชินมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเป็น
หน้าตาที่นานๆทีจะจ้องลงไปดูรายละเอียดต่างๆบนนั้น
    ร่องรอยเหี่ยวย่นเริ่มปรากฎให้เห็นมากกว่าแต่
ก่อน บ่งบอกถึงกาลเวลาที่ผ่านมาราวๆครึ่งทางแล้ว
หากจะหยุดมันไว้แค่แปดสิบปี

    ภายในห้องน้ำตอนนี้มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่พอจะ
สังเกตุได้ก็มีเพียงแค่ตัวผมเองคนเดียว จะเงี่ยหูฟัง
ตอนทุกอย่างสงัดเสียงไปก็คาดว่าไม่มีใครอื่นเร้นกาย
อยู่ภายในห้องขนาดหกคูณสิบแห่งนี้
    พิจารณาหน้าตาเรียบร้อยไม่มีอะไรสกปรกให้
ผู้อื่นรำคาญลูกตาแล้วก็มองหาผ้าเช็ดมือ ซึ่งจำได้ว่า
แขวนไว้ข้างๆประตูทางออก พร้อมกับก้าวขาไปหา
ผ้าผืนนั้น
    แต่ก็ต้องกลับชะงักลงทันใดเพราะสายตาดัน
เหลือบไปเห็นแบงค์ร้อยบาทบนพื้นใกล้ๆกับอ่างล้างมือ
ซึ่งผมไม่รีรอที่จะมองซ้ายขวาให้เจอใคร ก้มลงเก็บ
ขึ้นมาถือไว้ มองชัดแจ้งแล้วมีแค่หนึ่งใบเท่านั้น
    รีบเช็ดมือแล้วเร่งจ้ำอ้าวออกจากห้องน้ำทันที
มุ่งหน้าที่ยังแผนกสีที่หมายว่าต้องไปสอบราคาสีต่างๆ
เพื่อทำการเสนอราคาให้หน่วยงานที่ติดต่อมา พร้อม
กับใบแดงที่ยังคงคามืออยู่

    งานทาสีอาคารเก่า ควรใช้สีรองพื้นสูตรไหน
ระบุความคงทนสูงสุดที่ลูกค้าต้องการ เทียบรหัส
เทียบเบอร์สี เกรดสี จำนวนตารางเมตรต่อถังที่ทา
ได้ราคา ได้ข้อมูลต่างๆตามที่ต้องการแล้วก็กล่าว
ขอบคุณพนักงานแผนกสีที่ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี
ซึ่งแบงค์ใบนั้นก็ยังคงคีบคาอยู่ระหว่างนิ้ว

    ก่อนจะออกจากร้านก็นึกขึ้นได้ว่าต้องซื้อซีลเล้นท์
ไปให้ช่างอีก ก็จ้ำอ้าวคว้าสินค้ามาได้ก็ตรงไปยัง
แผนกชำระสินค้าเงินเชื่อ ขณะนั้นก็คิดในใจว่าจะทำ
ยังไงกับแบงค์ร้อยที่ยังคงคาอยู่ในมือ
   ครั้นจะเอาไปแจ้งความก็ไกลไป ไม่มีใครเค้า
ไปแจ้งความเงินหายหนึ่งร้อยบาทหรอก
แล้วจะเอาไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เขา
ประกาศออกลำโพงให้ดังลั่นไปทั่วร้าน ก็ทำไม่ได้อีก
เพราะร้านวัสดุต่างจังหวัดที่เป็นของคนในพื้นที่
ไม่มีแผนกนี้ แค่ติดแอร์ให้เดินเลือกซื้อของได้คล้ายกับ
ห้างฯใหญ่ๆได้ก็บุญแล้ว
    จะเอาไปใส่ตู้บริจาคก็มองไม่เห็นตู้อีก หากจะ
ให้สอดเก็บในกระเป๋าไว้ก่อนแล้วเจอตู้ที่ไหนค่อยใส่
ก็กลัวจะลืม คิดว่าเป็นเงินที่ตัวเองหามาได้ เอาไป
ใช้จ่ายมันก็จะผิดไปอีก จึงเลือกที่จะไม่ยัดมันเข้าไป
ต้องถือไว้ตลอดตั้งแต่เก็บมา

    ขณะที่น้องพนักงานที่คอยดูแลทำบิลเงินเชื่อให้
ยื่นเอกสารมาให้ลงลายมือชื่อก็เหมือนแสงทองส่อง
ออร่าออกมาจากรอบกาย จึงยิ้มในใจแล้วก็บอกน้อง
ไปว่า ผมเจอเงินในห้องน้ำ ซึ่งไม่รู้ของใครพร้อมๆ
กับยื่นเงินนั้นไปให้น้อง

    แล้วก็บอกน้องว่า พี่ฝากไว้เผื่อมีเจ้าของมา
ตามหา หากไม่มีก็เอาไปซื้อขนมซื้อผลไม้มาแบ่งกัน
กินเด้อ เสร็จแล้วก็ดึงบิลส่วนของผมมา ยื่นบิลสำเนา
กลับไปพร้อมกับใบแดงดังกล่าว

    พร้อมกับยิ้มในใจ รอดแล้วกู เกือบจนปัญญาคิด
ไม่ออกกับแค่เงินร้อยเดียว รีบจ้ำอ้าวต่อไปเหตุ
เพราะช่างรอของที่จะเอาไปใช้งานอยู่ ทันใดก็ได้
ยินเสียงไล่หลังมาจากน้องพนักงานว่า ถ้าซื้อของไป
แล้วเค้ากลับมาทวงหาหล่ะพี่?

    "มันก็เป็นกรรมของหนูไง"คิดในใจเท่านั้น
ก็ได้แค่ยิ้มกว้างๆแล้วเดินจากมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น