จะว่าไปแล้ว....
ผมก็เป็นคนประเภทไม่ชอบอินเทรนด์สักเท่าไหร่
ไม่ใช่ว่าไม่อยากนะครับ เพียงแค่เมื่อตอนเด็กๆนั้น
ไม่ได้มีเงินมากมายที่พ่อแม่จะรังสรรค์ให้และตัวเอง
ก็ไม่มีปัญญามากพอจะหาเงินมาซื้อข้าวของที่มัน
อินเทนรด์ตามสังคมไปกับเขาได้ เลยทำให้ติดนิสัย
แบบนั้นมาตลอด (ไม่ซื้อของที่ไม่เหมาะกับเรา)
ทุกวันนี้พอมองย้อนกลับไปในหลายๆอย่างที่ผ่าน
มา ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งครับ
อันดับแรกเลยคือ ไม่เสียเงินไปกับสิ่งฟุ่มเฟือย
ที่ตัวเองไม่ได้ต้องการจริงๆ เพียงแค่ทำตามสังคมไป
สักวันหนึ่ง ข้าวของพวกนั้นก็กองเก็บไว้อยู่ที่บ้าน
ไม่ได้เอาออกมาใช้งานตามความต้องการจริงๆของ
เรา รอแปลงร่างกลายเป็นขยะในสักวัน หรือ
โชดดีหน่อย อาจจะขายเป็นของมือสองได้ หากตลาด
ยังพอจะมีความต้องการ
สอง ทำให้มองทุกๆอย่างหมุนเวียนเปลี่ยนไป
เป็นวงจร ไม่มีอะไรขึ้นตลอดไปและไม่มีอะไรลง
ตลอดกาล
ไม้ด่างเคยซื้อกันต้นเป็นแสนเป็นล้าน ทุกวันนี้ก็
เงียบหายไป
ราคาฟิลมที่เคยๆถ่ายกับกล้องยุคก่อนดิจิตอลก็
แพงขึ้น เพียงเพราะว่ามันติดเทรนด์ โดดขึ้นไปกว่า
เท่าตัว จนทำให้หลายๆคนหยุดชะงักการถ่ายรูปโดย
ฟิลมไปโดยปริยาย
หันกลับมากดกล้องจากโทรศัพท์ ฉับๆๆ ไม่ต้อง
คิดอะไรให้เปลืองสมองก่อนกดถ่าย ค่าใช้จ่ายในการ
คิดน้อยลงไป ทำให้ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องกลั่น
กรองพิจารณาว่าภาพแต่ละภาพจะออกมาหน้าตาเป็น
ยังไง องค์ประกอบได้หรือไม่ ไม่ต้องทำแล้วครับ
เอไอทำได้ดีกว่าตั้งเยอะแยะ เอาไว้ดูถูกฝีมือตัวเอง
ไม่ต้องพัฒนาความสามารถอะไรมากมาย
ลามไปถึงอาร์ตทอย ป็อปมาร์ท ของสวยงาม
ต่างๆ มองไปแล้วก็น่ารักดีนะครับ หยิบจับมาสังเกตุ
คุณภาพงาน ถือว่าเป็นงานขั้นละเอียดมาก
และราคาก็แพงมากเช่นกัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ความพอใจของผู้ซื้อ ผมมิได้
เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร เหมือนกับไม้ด่างต้นละล้าน
ขอเพียงเป็นผู้สังเกตุการณ์ เฝ้าดูความต้องการ
ของตน หายใจเข้าออก รับรู้ได้ ชีวิตเราต้องการ
อะไรจริงๆ เรา FOMO ไหม หรือ อะไร?
แค่นี้ผมก็ถือว่าดีแล้วครับ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น