วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567

เวิ่นเว้อ เพ้อฝัน

 


ด้วยความที่หลงใหลไปในจินตนาการการของนิยาย
รื่องสั้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ข้าพเจ้าเองบางครั้งก็ติด
กับดักความคิด ความจริงไปกับสิ่งเหล่านี้

แต่อีกมุมหนึ่งที่ชีวิตจริงกับสิ่งเหล่านี้ได้สอนชีวิตของ
ข้าพเจ้าให้แจ่มชัดขึ้น ก็คงจะเป็นแค่เพียงความเป็น
คนของเราเท่านั้น ความเป็นคนที่มีอารมณ์หลากหลาย
อ่อนโยน เร้าร้อน รุนแรง เอาแน่เอานอนไม่ได้
ทุกๆอย่างล้วนผันแปรไปตามมัน

กับอีกเรื่องหนึ่งคือ ความจริงที่มิอาจพูดออกไปได้ตรงๆ
คนเราหลายคนต้องรอจังหวะ รอโอกาสถึงจะสามารถ
เปิดใจรับฟังความคิดเห็น มิเช่นนั้นแล้ว สิ่งเหล่านั้น
อาจจะกลายเป็นแค่ลมปากที่สร้างปัญหาขึ้นมาให้ผู้ที่เอ่ย
มันออกไปเอง

และมันก็เชื่อมโยงเรื่องจริงกับจินตนาการในโลก
เพ้อฝันมาบรรจบกันให้เกิดเป็นหน้าที่หนึ่งขึ้นมา คือ
ศิลปินผู้สะท้อนความจริง ความนัย ผ่านการสื่อสารทาง
อ้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนิทานเรื่องเล่า ภาพวาด หรือ
แม้กระทั่งละคร ภาพยนตร์

มันคือศาสตร์และศิลปในการทำงานให้ทั้งสองสิ่งดำเนิน
ไปด้วยกัน มันเป็นงานที่มิได้ใช้หน้าตาในการชูโรง แม้
ว่าภาพยนตร์จะใช้นักแสดงหล่อสวยกันที่สุดก็ตาม
มันคืองานเบื้องหลังที่หากสำเร็จแล้วก็ต้องทำต่อไป
เพราะความนัยมีอีกหมื่นล้านและไม่มีวันจบสิ้นลงไป

หากวันหนึ่งข้าพเจ้าแต่งละครคุณธรรมให้ผู้คนได้อ่าน
อาจจะเพราะว่าข้าพเจ้าต้องการจะด่าใครสักคนข้างๆ
ตัวก็ได้ หากข้าพเจ้ากล่าวถึงอะตอม ควอนตัม อาจจะ
เพราะว่าข้าพเจ้ารำคาญการกราบไหว้บนบานสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ให้ได้สิ่งใดๆมาอีกทางก็ได้

ทุกอย่างมันเป็นไปได้ และ ไม่ได้ในเวลาเดียวกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น