วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ฉันต้องทำ ทำอะไรสักอย่างแล้ว

 



    แน่นอนว่า สิ่งที่ยากที่สุดในการลงมือทำอะไรสัก
อย่าง คือ การเริ่มต้นลงมือทำมันนี่แหละครับ
ซึ่งเท่าที่ผ่านๆมาในชีวิตของผมเองนั้น ก็คิดว่ามันเป็น
แบบนั้นจริงๆ

    แรกเริ่มที่ความคิดก่อกำเนิดขึ้น เราจะมองหา
ความเป็นไปได้ของสิ่งที่จะทำ มองเห็นโอกาสมากมาย
พยายามหาเสียงสนับสนุนจากรอบข้างหรืออะไรก็แล้ว
แต่ที่จะมายืนยันความคิด ณ เวลานั้นของเรา
    ต่อมาเราก็จะเริ่มหาข้อมูลต่างๆเพื่อมาสนับสนุน
ต่อยอดความคิดให้มันเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น ยิ่งคิด ยิ่งหา
ยิ่งขุดลงไป ก็จะพบกับรายละเอียดอีกมากมายหลายสิ่ง
ฟังดูแล้วชวนปวดหัว จำไม่หมดต้องจดลงใส่อะไรไว้
สักอย่าง แล้วก็จะพบอีก พบอีก ไปเรื่อยๆจนดูเหมือน
ว่ามันมีอะไรที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจุดมุ่งหมายอีก
เยอะแยะเต็มไปหมด
    ฟังไปดูมาจนรู้สึกเริ่มท้อว่าต้องมีอันนู้น ต้องมีอัน
นี้อันนั้นอีก ลุกลามกันไปใหญ่โต กว่าที่ความฝันอันยิ่ง
ใหญ่จะเป็นไปได้ ต้องเดินทางอีกไกลขนาดนี้เลยหรือ
ยิ่งคิดยิ่งทดท้อ อยากกลับไปพักผ่อนให้หัวโล่งๆบ้าง
แล้วค่อยกลับมาตั้งสติคิดกันใหม่อีกที

    แต่แล้วพอเวลาผ่านไปนานขึ้นๆ ไฟในความคิด
นั้นก็เริ่มทรงตัวและหรี่ลงไปเรื่อยๆ ปัญหาข้างหน้าที่
มองหาก็เห็นประจักษ์ตาขึ้นอีกมากมาย ทำให้กลายๆ
ว่าความคิดดังกล่าวจะถูกตอนให้กลายเป็นหมันขึ้นมา

    นั่นแหละครับ ความคิด แต่เราสามารถขจัดสิ่ง
ที่ดูคล้ายๆกับวิธีการเหล่านี้ได้โดยแค่ "ไม่ต้องไปคิด
ถึงมันครับ" อยากทำอะไร ลงมือทำไปทีละหน่อย
ทีละหน่อย นี่แหละครับ แต่ลงมือทำมันทุกๆวัน
อย่าไปเอาปัญหาในอนาคตมาแก้ไขก่อนในวันนี้ มัน
เป็นเรื่องของอนาคตก็ให้คนในอนาคตเป็นคนแก้มัน
คิดง่ายๆโง่ๆแบบนี้แหละครับ ผมเลยทำไรมาหลาย
อย่าง แล้วก็พังมาเสียแทบทุกอย่าง 555

    แต่ก็มีความคิดแบบข้างต้นอีกหลายอย่างซึ่งมัน
ทำให้ไม่ได้ลงมือทำครับ ได้แต่คิดอย่างเดียว ซึ่ง
ทำให้เสียดายที่ไม่ได้ลงมือทำมันให้จริงๆจังๆเสียที

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น