วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568

ค่านิยม จริยธรรม

 


    เมื่อครู่นั่งอ่านสรุปแนวโน้มของสิ่งที่เป็นมา
และกำลังจะเป็นไปของประชากรไทยเรา จากเพจ
ของคุณเอ๋ นิ้วกลม

สรุปคร่าวๆใจความมองเห็นแต่ความท้อแท้และน่าเบื่อ
หน่ายของเรา ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่ฝุ่นมากมาย
การคอรัปชั่น ผลผลิตทางเกษตรส่วนใหญ่สู้ต่างชาติ
ไม่ได้ สภาพแวดล้อมในการทำงานต่างๆของเรา
ไม่เอื้อให้เกิดนวัตกรรมหรือกิจการที่ผู้ประกอบการ
ยุคใหม่ๆต้องการ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ สังคม
การศึกษา ฯลฯ

อ่านไปก็คิดตามไปอย่างที่เขาว่าจริงๆนั่นแหละ
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ พี่แกก็ได้มาจากประสบการณ์ในการ
พบปะเจอผู้คนจริงๆ อาจจะไม่ใช่ทั่วภูมิภาคหรอก
แต่ก็ถือว่าส่วนใหญ่นั้นผมเห็นเป็นแบบนั้นด้วย

ยิ่งเห็น ยิ่งคิด ยิ่งทดท้อกับอนาคต
เหมือนคลำหาสวิทช์ไฟในห้องที่ปิดตาย
จะว่า ห้อง ก็คงง่ายไป หอประชุมเลยละกัน

กลับมามองตัวเองแล้วก็บอกกับมันว่า
สิ่งที่มึงทำได้เลยตอนนี้คือนั่งลง
แล้วค่อยๆคิดว่าจะไปหาทางเปิดไฟคนเดียวทำไม

ลองหาทางแก้ไขจากตัวเองดูบ้าง
นั่งเฉยๆ แล้วใช้ความคิดไตร่ตรองดูบ้าง

ผมลองคิดว่า "เราบริโภค เราใช้จ่ายด้วยความ
สะดวกจากแอพออนไลน์ แม่ค้าแบ่งรายได้ให้ต่างแดน
เท่ากับว่าเงินตราไหลออกจากเราไปหาต่างชาติด้วย
หรือเราจะเปลี่ยนเป็นการออกกำลังเดินลงจากตึก
ขยับตัวไปหาข้าวแกงข้างทาง อุดหนุนคนตัวเล็กๆของ
บ้านเราก่อน หรือลองมองหาของที่จะซื้อใกล้ตัวก่อน
อาจจะไม่ถูกที่สุด แต่มันก็ยังหมุนเวียนอยู่ในชุมชน

ของนอก ของดีส่งออกมาขายกันเพื่อสร้างผลกำไร
เข้าบ้านเขากัน ไอ้ของไม่ดีก็มีมาหลอกขายเยอะแยะ
และก็สูญเสียไปเปล่าๆกับของราคาถูกๆที่ใช้ได้ไม่กี่ครั้ง

หากเราช่วยกันสนับสนุนคนบ้านเรา
ให้ค่านิยม ให้วัฒนธรรม มีจริยธรรม
ไม่เห่อไปกับแบรนด์นู่นนี่ที่บางทีก็รู้สึกว่ามันฟุ่มเฟือย
มีความภาคภูมิในงานพื้นถิ่น
เขาอยู่ได้ เราอยู่ได้ ช่วยเหลือกันไปแบบนี้

เราจะสบายคนเดียวไปเพื่ออะไร
ในเมื่อญาติพี่น้องบ้านใกล้เรายังลำบาก

เอาตัวรอดได้คนเดียวขึ้นชื่อว่าเก่ง
แต่การพาให้คนอื่นๆรอดมันสุขใจยิ่งกว่านั้น

นั่งลงในความมืดนั้น
ค่อยๆใช้ความคิด

บางทีเทียนไขอาจจะอยู่กับใครสักคนก็ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น