ในช่วงวัยรุ่นส่วนใหญ่ของเด็กผู้ชายก็มักจะชอบ
อะไรที่มันท้ายทาย ตื่นเต้น เร้าใจ (อันนี้ผมเห็นด้วย
ว่ามันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์เราที่เป็นแบบนี้มาช้า
นานแล้ว) ซึ่งก็อาจจะหลีกหนีไม่พ้นการทำอะไรพิเรนๆ
เช่นเริ่มมีการขี่จักรยานยกหน้าบ้าง (คือผิดวิสัยปกติ
ที่คนทั่วๆไปทำกัน)ไต่กำแพง ปีนต้นไม้ กระโดดลงน้ำ
จากที่สูงๆ ฯลฯ
หากบ้านที่พอมีฐานะระดับปานกลางขึ้นไป (ซึ่งเป็น
คนส่วนใหญ่ของประเทศ) ก็มักจะมีจักรยานยนต์
(Motocycle)ไว้ใช้สอยภายในบ้านเรือนเป็นอย่าง
น้อยอยู่แล้ว และมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เหล่าลูกชายจะ
เอารถในบ้านนั้นไปใช้งาน
พอถึงช่วงหนึ่งของวัยที่ต้องเริ่มเข้าสังคม เข้ากลุ่มก้อน
ตามวิวัฒนาการของเรา หากเรามีที่ทางในกลุ่ม
ในสังคม ก็แปลว่าเรามีโอกาสที่จะอยู่รอดต่อไปสูง
ไม่ถูกขับไล่ให้ออกไปหากินเองตามลำพัง(อดีตกาลที่ยัง
ส่งผลมาในปัจจุบัน)
แล้วยิ่งเหล่ากลุ่มก้อนของเด็กวัยรุ่นที่รวมตัวกันเยอะๆ
ก็ยิ่งพากันสร้างความท้าทายกันเองอยู่เรื่อยๆ อะไรก็ได้
ที่จะทำให้ตัวเองดูเก่ง เท่ มีความสามารถในสายตา
ของกลุ่ม(ที่อาจจะคิดไปเองซะส่วนใหญ่เสียด้วย)
หรือแม้กระทั่งเพศตรงข้าม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการแต่งรถ
ให้สวยงาม,การขับขี่ที่โลดโผน,การขี่แข่งขัน,การดื่ม
หรือแม้กระทั่งการเสพ ฯ
ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้มีส่วนในเรื่องของ
จักรยานยนต์สักเท่าไหร่ ถามว่ามีความอยาก มีความต้องการแบบที่เพื่อนๆมีไหม? ก็ต้องตอบว่า มีครับ
แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองครับ ลำพังแค่มีจักรยานให้
ได้ขี่เล่นก็ดีมากแล้ว ของเล่นที่ทำให้สิ้นเปลืองเงินทอง
ก็มีอยู่น้อยมากจริงๆ
ด้วยเหตุปัจจัยนี้ จึงทำให้ผมไม่ต้องเข้าไปอยู่กับวงการ
แต่งรถซิ่ง ขับขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความคึกคะนอง ซึ่งผมก็ไประบายออกทางด้านการเล่นกีฬากับงานสังสรรค์เสีย
มากกว่า
จวบจนเลยวัยเรียนเข้าสู่วัยทำงาน ความสิ้นเปลืองใน
ส่วนนี้ก็เพียงแค่รถยนต์คันเล็กๆที่ผมเองก็ไม่ได้เอาเงิน
ทองไปลงทุนตกแต่งอะไรกันมากเท่าไหร่
อาจจะเพียงเพื่อความเท่ ความแรง(คิดเอาเอง)ที่เพิ่ม
มาเพียงหยิบมือ ก็เท่านั้น
แต่ผมก็ยังรู้สึกมันมือทุกครั้งที่ได้ขับขี่จักรยานยนต์ของ
พรรคพวกที่มันมีกำลังวังชาเหนือกว่ารถบ้านธรรมดาทั่วไปแต่ก็ด้วยความเจียมตัวอีกนั่นแหละครับ
ผมไม่มีเงินมากพอที่จะหยิบจับของพรรคนั้นมาใช้ในชีวิตแค่ทำงานพอมีเก็บเงินนิดหน่อย ได้แบ่งไว้ไปเที่ยวก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว
จะให้ก่อหนี้สินเป็นล้านผมยอมรับว่า
ผมไม่กล้ากับความเสี่ยงที่มันมากเกินกว่าจะแบกรับไหว(ผมคิดว่าราคาของ คชจ สิ้นเปลืองควรจะอยู่แค่ 10% ของรายได้ที่มี)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น