เพื่อนสนิทผมคนหนึ่งมีชีวิตอยู่ในครอบครัวที่บิดา
มารดา เป็นผู้เริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเอง
สร้างรากฐานด้านการเงินให้สามารถเลี้ยงดู
ครอบครัว ส่งเสียลูกๆทั้งสามให้ร่ำเรียนจนจบ
ปริญญาไปพร้อมๆกับธุรกิจที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงวันหนึ่งที่เหล่านกน้อยต้องออกโผบินไปตาม
ทางของตน
บางคนมีฝันที่ยิ่งใหญ่ หลีกหนีร่มเงาที่เป็นดั่งไม้
ใหญ่ที่คอยกีดกันลมฝนแดดแรง แต่ก็ทำให้ไม้เล็ก
นั้นไม่สามารถใหญ่ไปกว่าต้นเก่าได้
บางคนผูกพันกับครอบครัว มิอาจหลีกหนีบ้านใหญ่
แล้วออกไปสร้างรังนอน เป็นตัวเป็นตน
สร้างตัวตนในแบบฉบับที่ต้องการได้
จึงจำต้องกลับมารับหน้าที่ที่ร่มเงาที่ยิ่งใหญ่เห็น
สมควร ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ไป มีสิทธิส่งเสียง
หรือไม่ แล้วแต่บุญแต่กรรม
เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องทั่วๆไปของชีวิตเลยก็ว่าได้
เราอาจจะได้ยินได้เจอบ่อยๆเสียด้วยซ้ำ
ในหนังสือเรื่อง "พันธุ์หมาบ้า"ของ น้าชาติ
(ชาติ กอบจิตติ) ก็มีตัวละครที่ชื่อ "ทัย" ที่เป็น
ลูกชายเจ้าของร้านทอง และก็ไม่อยากให้ทัยนั้น
เล่นดนตรี ไม่อยากให้เป็นนักดนตรี
ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา
ของมนุษย์ที่ต้องพบเจอกับปัญหากันทุกคน มากน้อย
แตกต่างกันไป แล้วแต่ทัศนะคติของแต่ละคนที่ถูก
ปลูกฝังมา ว่าจะมองมันอย่างไร เป็นปัญหาไหม
หรือว่าโอกาส
เลวร้ายสุดๆก็แค่หนีออกจากบ้านไป
ทิ้งชื่อ ทิ้งนามสกุลบทบาทลูกคุณหนู ทิ้งมรดกที่ผู้
บุกเบิกสร้างเอาไว้ ซึ่งไม่รู้ว่าวันหนึ่งอาจจะระบุ
ในพินัยกรรมว่ายกให้ลูกสาวคนข้างบ้านให้เอาไป
สร้างเป็นละครก็ได้
ความอึดอัด ความทุกข์แบบนี้ก็เป็นคนละอย่างกับ
คนที่เกิดมาในครอบครัวปานกลาง เรียนจบหางาน
ทำเองกับบริษัทสักแห่ง เป็นลูกน้องเขา แอบบ่นเจ้า
นายนุ่นนั่น ว่ากันไป
ไม่ว่าที่ไหนก็มีปัญหา
แต่ถ้าอยากจะเติบใหญ่กว่าเดิม
ก็ต้องกล้า อยู่ที่ว่าจะกล้าทางไหน
สู้หรือเปล่า?







