ช่วงสงกรานต์พอมีโอกาสได้ไปร้านหนังสือมา
ซึ่งน้อยครั้งที่พอเข้าไปแล้วจะกลับออกมามือเปล่า
แน่นอนว่ามันเป็นนิสัยของนัก(อยากจะ)อ่านที่แก้ไม่
หาย
รู้ก็รู้ว่าเท่าที่มีอยู่ ที่ซื้อมายังอ่านได้อีกหลาย
เดือน แต่จะทำไงได้หล่ะครับ อารมณ์นั้นคล้ายๆกับ
เวลาที่เราหลุดไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ
จะไม่คล้อยตา มองตามไปก็ฝืนเกินต้านตั้งแต่คิดจะ
ย่างก้าวเข้าไปแล้ว
เดินวนเวียนไปมาจนครบทุกช่อง ไม่ว่าจะ
เป็นนิยาย สุขภาพ งานตกแต่งบ้าน งานช่าง
ประวัติศาสตร์ พัฒนาตัวเอง ฯลฯ สุดท้ายก็กลั่น
ออกมาได้สองเล่ม เพราะงบประมาณจำกัดจำเขี่ย
ได้มาแล้วทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้อ่านเหมือนเดิม
เอามาวางไว้ ดองไว้ก่อน รอเวลาที่ประจวบ
เหมาะนั่นแหละ ถึงได้หยิบจับมาอ่าน (อ้างดี)
แต่วันนี้รู้สึกตะหงิดใจบางอย่างกับเล่มที่ซื้อ
มา มันค้างคาตั้งแต่หนก่อนแล้วว่าเล่มนี้แหละ
ต้องอ่านๆ แต่ก็ยังตัดใจซื้อไม่ได้ ราคาเกือบหก
ร้อยบาท จึงได้หยิบจับมาดู แล้วก็เดินไปดูกองดอง
โป๊ะเช๊ะ แม่เจ้าโว้ย ทำไมเจ้าถึงมีฝาแฝด
ที่หน้าตาเหมือนกันยิ่งกว่าแกะดาวของมุราคามิ
เอาเข้าให้อีกแล้ว...อาการซื้อหนังสือซ้ำ
ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก(ของปี) ซึ่งปีก่อนก็ซ้ำ
ซ้ำกันถึงสองเล่มในคราวเดียวเสียด้วย
ก่อนหน้านั้นก็ซ้ำอีก เนี่ยแหละครับ ผลของ
การตามความอยาก ไม่ยอมมองสิ่งที่มีอยู่
มัวแต่ไปเฝ้ามองของใหม่ที่อยากจะได้มา
จนทำให้ลืมของเก่าๆไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น