วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567

พักเที่ยง


    ช่วงเวลาราวเที่ยงครึ่งหลังมื้ออาหาร
ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านหน้าตึกแถวที่กำลังดำเนิน
งานก่อสร้าง
มีกลุ่มช่างล้อมวงกันสามสี่คนกำลังรุมมะม่วงเปรี้ยว
กับน้ำปลาหวานอยู่ พอหนึ่งในนั้นเหลือบมาเห็นผมก็
เอ่ยปากชักชวนพร้อมกับชูมะม่วงดิบในมือลูกเขื่องขึ้น

    แต่ผมก็ได้ปฎิเสธไปเพราะอิ่มแล้ว และอีก
อย่างก็ไม่ค่อยมีนิสัยชอบเข้าไปร่วมวงอาหารกับทีม
ช่างสักเท่าไหร่ มันไม่ค่อยคุ้น
และอีกนัยหนึ่งก็คิดว่าเป็นการชักชวนไปตาม
ธรรมเนียม เพื่อไม่ให้เสียมารยาทเพียงเท่านั้น

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักจะพบเจอได้ตามสถานที่ห่าง
ไกลจากความศิวิไลซ์ของเมืองเพียงเท่านั้น
เพราะความเป็นเมือง ก็จะพบเจอคนนั่งรับประทาน
อาหารในที่ๆจัดไว้ให้ เช่น โรงอาหารของโรงงาน
ร้านก๋วยเตี๋ยว ฟู้ดส์คอร์ท แคนทีน อะไรก็ว่าไป
ซึ่งเป็นที่ๆจัดไว้สำหรับการนี้อยู่แล้ว

แตกต่างกับแถวนี้ ซึ่งนั่งกินกันตามไซด์งาน
ปูลังกระดาษ ปูไม้กระดานวางพื้น นั่งล้อมวงกัน
ห้างฯร้านค้าบ้านๆก็นั่งกินกันไป ขายของไปในบ้าน
ผู้คนผ่านไปมาก็เอ่ยปากชักชวนกันเป็นธรรมดา
ซึ่งในเมืองนั้นคงจะแปลกน่าดู หากขวักมือชวนเพื่อน
กินข้าวกันในโรงอาหาร หรือตามศูนย์อาหารต่างๆ

เดินไป เดินกลับมาแกก็ออกมาดักรอชวนคุยตาม
ประสาในช่วงเวลาพักเที่ยง
ส่วนใหญ่ตอนพักเที่ยงทีมช่างก็จะหาที่เหมาะๆนอน
พักเอาแรง แน็ปกลางวันทำให้สมองมีกำลังมากขึ้น
ในช่วงบ่าย เรื่องนี้ต่างประเทศก็มีการทำงานวิจัย
กันมาแล้วว่าเป็นเรื่องจริง

กลับมาที่ช่างทำราวบันไดเหล็ก,สแตนเลสที่มาดักรอ
คุยกันดีกว่า

เรื่องราวก็ไม่พ้นเรื่องงาน เรื่องเก่าๆ ลามไปถึง
เรื่องของชีวิต คุยไปคุยมาก็เพิ่งได้รู้เรื่องส่วนตัว
ของแกมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็คุยกันบ้างแต่ไม่มาก
เท่าตอนนี้

เอาจริงๆแล้วผมไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของ
ใครสักเท่าไหร่ นอกเสียจากเค้าอยากจะเล่าจริงๆ
ถึงได้ซักไซร้ให้ใคร่หัวเล่นไปหาได้เอาสาระจริงจัง
หรืออยากเก็บข้อมูลเอาไปเล่าต่อให้คนอื่นๆฟัง

ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของเค้านะ แม้ว่าจะคุยกัน
เผลอไผลเล่าเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัว
หรือเรื่องของครอบครัวของเขาให้ฟัง เราก็ไม่ควร
เอาเรื่องเหล่านั้นไปเล่าให้คนอื่นๆฟังต่อ
แต่ยังไงก็มนุษย์แหละครับ มันห้ามกันไม่ได้หรอก
ไอ่เรื่องแบบนี้ มันเพลินดี
ว่าแต่อยากรู้ไหมว่าคุยอะไรกัน ฮ่าๆๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น