วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2567

เวลาผ่านชีวิตเปลี่ยน


 
 
       วันเวลาผ่าน คนเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน
หากจะให้บอกว่าสิ่งใดมั่นคงที่สุดและไม่มีวันเปลี่ยน
ก็คงต้องบอกว่าไม่มี หรือพูดให้เท่ก็คือ
"ความเปลี่ยนแปลง" นั่นเอง

    พระอาทิตย์สักวันหนึ่งก็ต้องดับไป สิ่งมีชีวิต
อย่างมนุษย์สักวันก็ต้องสูญสิ้น เราหลีกหนีความจริง
ข้อนี้ไม่พ้น เพียงแค่มันอาจจะยังไม่เกิดในช่วงชีวิต
ของเรา แต่อีกไม่กี่ร้อย กี่พันปีก็ไม่แน่ครับ

    มีคนชอบกล่าวกันว่า “ความแน่นอนที่สุดในชีวิต
คือ ความไม่แน่นอน”

    เรื่องเหล่านี้เราอาจจะรู้กันอยู่แล้ว ใครๆก็บอก
และสอนกันมาแบบนี้ แต่จะมีสักคนไหม ที่พอจะคิด
และย้ำเตือนตัวเองอยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับความตาย

    คิดได้ พูดได้ เขียนได้ ย้ำเตือนตัวเองได้
แต่ก็ยังได้แค่บางเวลาเท่านั้นครับ สำหรับผมเอง

    แล้วทำไมต้องมาคิดอะไรแบบนี้ด้วยหล่ะ?
อ่านมาถึงตรงนี้ก็สงสัย ว่ามันจะสื่ออะไรของมัน
คือ ผมคิดว่าคนอย่างเราๆนั้นล้วนใช้ชีวิตไปตาม
อารมณ์และความรู้สึกเป็นหลัก หาได้ใช้ไปตาม
เป้าหมายที่แท้จริงในบางเวลาที่คิดได้
แล้วเราก็ไม่ได้คิดว่าตัวเราเองนั้นจะหมดชีพสิ้น
อายุไขไปในวันพรุ่งนี้หรอก เราจึงบอกกับตัวเอง
ต่อรองกับตัวเองว่ายังไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้
แล้วก็ทำตามอารมณ์ เรื่อยเปื่อยต่อไป

    ไอ้ที่คิด ที่หวัง ที่อยากจะทำนู่นนี่ให้จริงจัง
ให้มันมีผลพวงออกมาอย่างที่คิดไว้จึงถูกทำให้
สำเร็จเพียงแต่ในความคิดไป

    ข้าพเจ้า ในฐานะผู้ที่ทำอะไรไม่ค่อยจะ
สำเร็จเสร็จตามความคาดหมายอย่างที่ได้กล่าวมา
อยู่เป็นประจำ บางทีก็รู้สึกถอดใจในการจะทำอะไรๆ
ให้ชีวิตนั้นดีและมีคุณค่าอย่างที่ได้คิด,ได้เชื่อเอาไว้
บางทีอารมณ์ฮึกเฮิมก็หมุนวนมาขับไล่ความเฉื่อยชา
ออกไป นำพาความหมั่นเพียรเวียนเข้ามาอีกรอบ
เป็นอย่างนี้ ชีวิตเรา

    แล้วแบบนี้จะมีอะไรแน่นอนได้อีก พอวันหนึ่ง
มีสิ่งหนึ่งเข้ามากระทบอารมณ์ความรู้สึก วันนั้น
ข้าพเจ้าก็อาจจะปึ๋งปั๊งหรือแห้งเหี่ยวไปก็เป็นได้

    มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก แต่จะให้รู้ตัว
รู้เท่าทันความคิด ความรู้สึกนั้นก็ไม่ง่ายเลย

    แต่มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ ว่ามันจะเป็น
เช่นนี้ไปตลอด เพราะมันไม่แน่นอนเนี่ยแหละ จึงทำ
ให้เรายังพอมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาคุมชะตาของตัว
แทนเจ้าอารมณ์ทั้งหลายก็เป็นได้


    ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
และมันก็กำลังค่อยๆเปลี่ยนชีวิตเราไป
แต่เราจะให้มันไปทางไหน?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น