ข้าพเจ้าก้มมองร่างอันแน่นิ่งเบื้องล่างอยู่อย่างนั้น
มันเป็นความรู้สึกที่มิอาจบอกได้ว่า
“เสียดายที่มันผ่านพ้นไปแล้ว
หรือ อิ่มอกอิ่มใจที่ได้เคยทำลงไป”
แต่อย่างไร มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว
มัวแต่กลับมาคิดถึงข้างหลัง
ก็คงจะเดินหน้าต่อไปอย่างลำบากพิกล
ข้าพเจ้าไม่รู้เลยว่าวันนี้จะมาถึงอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าสักวัน มันจะมีอยู่จริงก็ตาม
มองไปภายภาคหน้าเท่าไหร่ก็ยังไม่เห็นว่า
ปลายทางจะแสดงตัวออกมาอย่างไร
มันมืดบอดเหมือนที่เคยเดินมาเยี่ยงไร
ทอดสายตาเพ่งไปเท่าไหร่ ยังคงเป็นเช่นนั้น
สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด คือ การร่ำร้องโหยหาอดีต
ที่ล่วงผ่าน ความสุข ความทุกข์ ความรัก
และเหล่าอารมณ์ต่างๆผลุดขึ้นมา
ราวกับฟองอากาศที่แย่งกันลอยขึ้นมาจากก้น
ขวดของโซดาเย็นยะเยียบหลังเปิดฝา
ต่างกันแต่เพียงว่าตอนมีลมหายใจนั้น
ยังคงทุกข์ระทมตีอกชกหัวได้
ภาพเบื้องล่างข้าพเจ้ายังคงเป็นภาพของร่างเดิม
ไม่ขยับเคลื่อนที่ไปไหน ทั้งที่อยากจะให้มัน
กลับมาลุกขึ้นเดินได้อีกครั้ง….
แต่มันก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว
คงต้องทิ้งร่างอันไร้ลมหายใจนี้ไป
แล้วพาจิตวิญญาณเดินทางต่อไป
หนทางข้างหน้ายังอับจน
มืดมนไร้แสงสว่าง….
แต่อย่างไรก็ต้องดำเนินต่อไป
ทิ้งภาพเบื้องหน้าที่แน่นิ่งไว้ตรงนั้นแหละ
นรก สวรรค์เท่านั้นแหละ ที่จะรู้
เพียงแค่เบือนหน้าครั้งสุดท้ายหนีไป
อีกครั้งหนึ่งที่เสียงดังออกมาภายใต้ดวงจิตว่า
“ขอโอกาสให้ชีวิตข้าอีกสักครั้งเถิด”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น