อ่านข่าวผ่านๆทางเฟสบุ๊คเกี่ยวกับงาน Moto GP
ที่เพิ่งจบไปไม่กี่วัน ซึ่งมันคงป้อนมาให้ตามความสนใจ
จากฐานข้อมูลของเขาแหละมั้ง
จากเพจ ลุงเนวิน ที่กล่าวขอบคุณคณะผู้จัด ผู้ชม
ทีมงานทุกๆท่านแล้วก็ยังชี้แจงให้ชัดเจนอีกหลาย
ประเด็นที่ไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับการจัดงานดังกล่าว
ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ชม เม็ดเงินหมุนเวียนที่เกิดขึ้น
การเช่าสนาม การให้ยืมสถานที่ และสัญญาที่รัฐฯ
ได้จัดทำขึ้นและก็กำลังจะหมดสัญญาในปี 2026
เนื้อหาบ่งชี้ให้รัฐฯทบทวนการต่อสัญญา หลังจาก
เคยมีข่าวออกมาว่าจะไม่มีการต่อสัญญาต่อไป
ไม่นานหลังจากเพจ ลุงเนวิน โพสต์เนื้อหาดังกล่าว
และก็มียอดผู้ชม ผู้อ่านมากมายหลายหมื่น
ก็มีข่าวออกมาว่า นายกฯจะหยิบยกประเด็นที่ว่า
ขึ้นมาพิจารณาอีกทีว่า จะต่อสัญญาดีหรือไม่...
ฟังๆไปก็ขำพลางคิดไปถึงเรื่องตัวเองที่ติดต่อขอ
ให้ทางเทศบาลช่วยเข้ามาดูแลเรื่องไฟส่องสว่าง
เนื่องจากสถานที่ที่ผมไปออกกำลังกายอยู่นั้น
เป็นสวนสาธารณะที่ดูแลโดยเทศบาล
ปัญหาคือ ส่วนหนึ่งของด้านหลังเวทีที่เป็นเส้นทาง
วิ่งผ่านนั้น มืดมาก มืดจนนักวิ่งบางท่านต้องช่วย
กันนำไฟฉายพกพาไปติดไว้กับต้นไม้ใกล้เคียงกับ
บริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยกันป้องกันอันตรายตา่งๆ
ที่อาจจะเกิดขึ้น
ขอไปก็หลายครั้ง จนกว่าจะมาแก้ไขให้
โดยเอาหลอดไฟมาห้อยไว้ที่ต้นไม้
อยู่ได้ไม่นาน ก็โดนพวกแค้มป์คนงานด้านหลัง
ปีนมาขโมยไป ทั้งๆที่ก็มี บริษัทดูแลรักษาความ
ปลอดภัยประจำอยู่ทุกวัน
แล้วก็กลับมามืดมิดตามเดิมอยู่แบบนั้น
เอาจริงๆแล้วผมก็ไม่ชอบร้องเรียนอะไรหรอกครับ
ก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมของตัวเองไป
สุดทนเมื่อไหร่ก็หาหนทางแก้ไขจัดแจงเอาเอง
หวังพึ่งคนอื่นไปมันก็ขัดใจตัวเองเปล่า ยิ่งเป็น
หน่วยงานรัฐฯ บ้านเราแล้ว บอกได้คำเดียวว่า..
ผลประโยชน์ของคนแถวนี้คงมีค่าไม่เท่าไหร่
ที่จะทำให้รัฐฯมามองเห็นคุณค่าของการดูแลสุขภาพ
กระมัง
เมืองสระบุรีมีสนามกีฬา มียิมฟรี มีสระว่ายน้ำ
แต่อำเภอเล็กๆที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว
กลับไม่มีอะไร แถมเก็บเงินอีกต่างหาก
คิดแล้วอยากให้ ลุงเนวิน มาเป็นนายกฯที่นี่จัง
อยากรู้ว่าคนเก่งๆมีความสามารถแบบแกจะทำยังไง
ปล.เหตุผลที่ไม่สามารถติดตั้งไฟถาวรให้ได้
ถูกแจ้งมาว่า เขามีโครงการที่จะปรับปรุงสวนนี้
และก็อยู่ในขั้นตอน การทำอะไรเพิ่มไปก็จะ
กลายเป็นงบซับซ้อน...
ปล2. แต่มันก็หลายปีแล้วนะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น