ข้าพเจ้ามองหน้าตัวเองที่สะท้อนกระจกเงา
ด้วยแสงอาทิตย์ที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้ามา
รอยยิ้มอย่างเปี่ยมไปด้วยความแช่มชื่นที่ไม่ค่อย
พบเจอได้ตามปกติยามเช้า เบ่งบานออกมา
เผยให้เห็นซี่ฟันที่ถูกขัดสีไปหมาดๆพร้อมกันกับ
ความรู้สึกชุ่มชื่นของปลายลิ้นที่ดุนแตะอยู่ที่หลัง
ฟันหน้า มันไม่แห้งผากราวกับกระดาษทราย
เหมือนเดือนที่ผ่านๆมา
หลายสัปดาห์แล้วสินะ ที่ไม่ค่อยได้พบกับรอยยิ้ม
ประเภทนี้ มันคืนความสดชื่นให้กับชีวิตที่เพิ่งผ่าน
พ้นวิกฤติกาลแปรปรวนทางความคิดและอารมณ์
ได้เป็นอย่างดี
ข้าพเจ้ามิอาจบอกได้ว่าเหตุผลใดที่ฉุดให้
ความรู้สึกนี้ก่อกำเนิดเหมือนเกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
มันอาจจะเป็นเพราะว่า เมื่อใดที่เราถึงจุดต่ำที่สุด
แล้วมันก็จะกระดอนเด้งขึ้นมาเหมือนลูกบอลที่
ตกลงไปกระทบพื้นแล้วก็ลอยกลับขึ้นมาก็เป็นได้
ชีวิตไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมหรอก
จนกว่าจะตายจากไป...
แม้ว่าการกระทำจะย้ำบอกว่า...เรายังอยู่ที่เดิม
หากแต่จิตใจเรานั้นมันไม่เคยหยุดนิ่งเช่นนั้นเลย
มันเติบโตได้ มันท้อถอยได้
มันทรุดโทรม เหนื่อยล้าได้ และมัน...
ก็ลุกโชติช่วงลิงโลดได้อย่างที่ไม่เคยเช่นกัน
ดีไม่ดี ใครจะรู้ได้...
อาจจะเป็นแค่แมลงวันตัวหนึ่งตกลงไปในแก้ว
กาแฟที่คุณเพิ่งจิบไป แล้วมันกระทบอะไรบางอย่าง
ทำให้ความคิดเรามัน ซาโตริ หรือ บรรลุ หรือ
ปิ๊งป่อง หรืออะไรสักอย่างออกมาได้ เพียงแค่นั้น...
เบื้องหน้า ผมเห็นชายหนุ่มร่างงามพอใช้
ยืนหยัดร่างกายเต็มสัดส่วน ท่อนแขนแยกชิ้นกล้ามเนื้อ
ออกได้เป็นชิ้นๆ หัวไหล่โค้งเป็นเสี้ยวส่วนหนึ่งของ
วงกลมที่โค้งรับเข้ากับหนอกคอน้อยๆ
แผงหน้าอกเปลือยเปล่าไร้ขนรุงรังปรากฎร่องกลาง
ออกลางๆรับลงไปกับลอนหน้าท้องที่บางไปด้วยไขมัน
เพียงเล็กน้อย
องคชาตของลับถูกปิดบังด้วยชั้นในแบบมีขารัดรูป
ดำสนิท ต้นขาแกร่งเกร็ง ไม่ถึงกับใหญ่อย่างกับ
นักปั่นจักรยาน แต่ก็งามพอใช้สำหรับนักวิ่งระยะใกล้
ที่จวนเจียนจะหมดลม
ในยามนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกหลงใหลในรูปกายชายตนเอง
ซึ่งก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม
อาจจะเพราะว่า ก่อนหน้านั้นนับสิบปี
ข้าพเจ้าอาจจะเคยบอกตัวเองไว้ว่า
เมื่ออายุ 40 ข้าพเจ้าจะยังคงมีร่างกายและสุขภาพ
ที่อ่อนกว่าวัย เรียกได้ว่า 28 ก็ยังได้
ซึ่งบัดนี้ มันก็เป็นเช่นนั้นอยู่ตรงหน้า
หมดเวลาแล้วกับชัยชนะที่ชื่นชม
ถึงเวลาต้องก้มหน้าก้มตาดำเนินชีวิตต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น